[fic OnePiece] Take the time to know how the real love is

posted on 29 Jul 2014 22:31 by triple-999

Warning: ฟิคนี้วายนะจ๊ะ YAOI ถ้าใครไม่ชอบแล้วหลงเข้ามากรุณากดปิดไปเลยค่ะ

 

 

Title: Take the time to know how the real love is

Pairing: Eustass Captain Kid x Trafalgar Law

Rating: PG

Summary: เรื่องนี้เกิดขึ้นช่วงที่พวกลูฟี่กำลังเดินทางไปเดรสโรซ่าค่ะ

Warning: คุณหมอ...ไม่ออกค่ะ 5555

Author’s note:

            - พ่วงกับฟิค As soon as possible ค่ะ

 

******************************************

 

 

          เรื่องทั้งหมดมันเริ่มขึ้นจากตอนนั้น...

..........

...ร่างผอมบางคุ้นตาของเจ้าเจ็ดเทพโจรสลัดกับรอยยิ้ม...ที่มีให้คนอื่น...

 

‘แก...ทำไมถึงมากับ’มัน’ได้...’

 

...เด็กหนุ่มร่างสมส่วนผู้มีรอยแผลเป็นใต้ตาซ้ายและหมวกฟางอันเป็นเอกลักษณ์บนศีรษะ...
...มังกี้ ดี ลูฟี่...

 

‘ทุกอย่างมันเห็นชัดด้วยตาอยู่แล้วไอ้คุณยูสทัส...’

 

‘...!?’

 

‘...ไม่มีอะไร ต้องอธิบายไปมากกว่านั้น...’


...สุรเสียงทุ้มต่ำนั้นเอ่ยแช่มช้า...ช้าและเรียบเฉย...ราวกับกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ...

...เฉกเช่นเดียวกับนัยน์ตาคู่สวยคู่นั้น ที่มองสบตรงมาด้วยแววตานิ่งสนิท...

 

‘นี่แก...คงไม่ได้--‘

 

‘ตอนนี้เจ้านี่เป็นพวกพ้องของชั้นแล้วล่ะ! ฮี่ฮี่ฮี่ฮี่’

 

...เสียงหัวเราะเริงร่านั้นช่างบาดหู...
...รอยยิ้มเบิกบานบนดวงหน้าอ่อนเยาว์ก็ช่างนั่งเกียจ...

...แต่คงไม่อาจเทียบได้กับความรู้สึกปั่นป่วนที่พุ่งพล่านขึ้นมาในอก ยามที่ร่างสูงโปร่งนั้นก้าวมาขวางหน้า...
...เบียดบังไว้...ราวกับจะปกป้อง...

 

‘แก!! ไอ้หมวกฟาง--!! หลบไปทราฟาลก้า!!ชั้นมีเรื่องจะต้องคุยกับ’มัน’!! แล้วจากนั้นแกก็มีเรื่องที่จะต้องอธิบายด้วย!!’

 

...น้ำเสียงที่เปล่งออกไป...เกรี้ยวโกรธ...และสั่นพร่า...
...มือที่ยื่นออกไปหมายจะคว้าต้นแขนบางเอาไว้ กลับถูกสะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดี...

 

‘ไม่ คุณยูสทัส...ไม่’

 

‘แ--!!’

‘...เราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกัน...’

 

...ตอนที่ถูกปฏิเสธ...ในอกมันปวดร้าว...
...ก้อนเนื้อในอก...มันบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก...

...เจ็บปวด...

...แต่ก็ไม่อาจเทียบได้...กับคำพูดนั้นที่หลุดออกมา...

 

‘...และอย่าเรียก ‘’กัปตัน’ของชั้น’ อย่างไร้มารยาทแบบนั้นอีก...’

‘!!!’

...โลกทั้งใบ...คล้ายจะพังครืนลงมาตรงหน้า...
...ในหัวว่างเปล่า...มึนชาราวกับถูกทุบด้วยท่อนเหล็ก...
...แข้งขาอ่อนแรง...กว่าจะรู้สึกตัวอีกที...ร่างกายก็ทรุดลงไปกับพื้นซะแล้ว...

 

...หายใจไม่ออก...ทรมาน...ไม่ต่างไปจากตอนที่จมลงสู่ห้วงทะเลลึก...

 

...และหัวใจ...

 

‘ลาก่อน...คุณยูสทัส...’


......

 

...ก็แหลกสลายไปแล้วนับตั้งแต่วินาทีที่ร่างสูงโปร่งนั้นหันหลังเดินจากไป...

 

..........
....................
...............................


          ว่ากันว่าความฝันไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย ก็มักจะเป็นที่จดจำกันได้เสมอและเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่จะส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ฝัน ก่อให้เกิดความกลัวและวิตกกังวลต่างๆ นานา... บ้างกล่าวว่าฝันนั้นคือลางบอกเหตุ หากยิ่งฝันซ้ำๆก็ยิ่งแม่นยำ

          ถึงกระนั้น ความฝันที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแทบทุกค่ำคืนก็บั่นทอนสภาพจิตใจของผู้ฝันไปไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อฝันนั้น...ไม่ใช่เรื่องดี...

 

          และสิ่งนั้น ก็กำลังเกิดขึ้นกับ ยูสทัส กัปตัน คิด...

..........

          คิลเลอร์ยืนกอดอกนิ่งอยู่หน้าประตูบานใหญ่อันเป็นห้องพักของกัปตันโจรสลัดผู้เป็นนายเหนือของเกาะแห่งนี้ แผ่นหลังกว้างแนบสนิทกับผนังอิฐเย็นเยียบ ในขณะที่ดวงตาคมกริบเบื้องหลังหน้ากากสีฟ้าขาวมองจ้องเขม็งไปยังประตูบานใหญ่ตรงหน้าด้วยแววตาที่ติดจะร้อนรน...

...วันนี้ช้า...ช้ากว่าทุกที...

 

          เสียงทุ้มต่ำเผลอสบถพรืดอย่างผิดวิสัย นิ้วเริ่มจะเคาะรัวๆกับผิวเนื้อของตนอย่างคนพยายามสะกดกลั้นความวิตกกังวล ตัวเลขจำนวนนับถูกหยิบยกขึ้นมานับ และก่อนที่ความอดทนของผู้ได้ชื่อว่านักรบสังหารจะหมดลง ประตูบานใหญ่ก็เปิดผลัวะออกมาซะก่อน...

 

          ทันทีที่บุคคลในห้องก้าวออกมา อาการกระสับกระส่ายเมื่อครู่ก็ดูจะหายเป็นปลิดทิ้งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น คิลเลอร์พยักหน้าน้อยๆให้เป็นเชิงทักทาย แล้วทั้งสองร่างก็ออกเดินไปตามทางเดินยาว

 

          ร่างสูงใหญ่ที่ล่ำสันขึ้นมากของผู้มากวัยกว่าเดินตามหลังกัปตันของตนอยู่ราวสองจังหวะ นัยน์ตาคมกริบเบื้องหลังหน้ากากลอบมองเสี้ยวหน้าคร้ามเข้มที่ซีดเผือดปนหมองคล้ำและติดจะอิดโรยอย่างน่าใจหายก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่... ขอบตานั้นยังคงดำคล้ำอย่างคนอดนอนเฉกเช่นเมื่อสองสัปดาห์ก่อนอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ...น่ากลัวจะดำมืดกว่าครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นซะด้วยซ้ำ หว่างคิ้วเป็นร่องลึก ซ้ำเบ้าตายังลึกโหลอีก...

 

...นี่มันแย่...

“......”

 

...แย่กว่าที่คิดเอาไว้มาก...


“ไปกันเถอะ”

...แย่เกินกว่าที่คำว่า’ไม่เป็นไร’จะฟังดูน่าเชื่อถือ...

......

 

กึก

 

          เขาเคยสัญญากับตัวเองเมื่อนานมาแล้ว ว่าจะไม่เข้าไปก้าวก่ายยุ่มย่ามกับเรื่องส่วนตัวของคิดมากเกินพอดี นับตั้งแต่วินาทีที่เขาได้ตัดสินใจที่จะติดตามคนคนนี้ในฐานะของลูกเรือตลอดไป... ไม่มีเจ้าน้องชายที่ต้องคอยสั่งสอนอีกแล้ว... และ’คิลเลอร์’ก็ไม่ใช่พี่เลี้ยง...เขาควรปล่อยให้’กัปตัน’ของเขาได้จัดการกับปัญหาด้วยตัวเอง...

 

          ...เขาจะไม่บอกอะไรหากเจ้าตัวไม่เอ่ยปากถาม และจะไม่ให้อารมณ์ความรู้สึกของตัวเองมาขัดขวางความตั้งใจนั้นเด็ดขาด...

 

          แต่กับครั้งนี้... สภาพของคนตรงหน้าที่เขาได้เห็น...

 

...มันเกินกว่าที่เคยคิดว่าจะต้องเผชิญมากนัก...

 

......

 

“คิด”

 

“....?”

 

          ร่างสูงใหญ่หยุดชะงัก ดวงหน้าคร้ามเข้มเหลียวหันกลับมามองอย่างคนเพิ่งรู้สึกตัวว่าเดินทิ้งห่างไปไกล บนนัยน์ตาค